"วอร์คแรลลลี่"

รายละเอียด

๑. ป้อมตรวจจ่ารัตน์ ถึง ตีเมีย เบือย่าง......๕๐ ก้าว(ประมาณ)
๒. .ตีเมีย เบือย่าง ถึง ต้นเข็มป่า................ ๒๘๐ ก้าว
๓... ......ถึง ขบเขี้ยว .............................. ๙๙ ก้าว
๔. ......... ถึง จิกป่า .................................. ๗๙ ก้าว
๕. ......... ถึง ย่านหนัดเขียว ...................... ๗๗ ก้าว
๖. .......... ถึง ส้มค้าว ................................ ๓๐ ก้าว
๗. ......... ถึง ย่านพาหมี ......................... ๘๘ ก้าว
๘............. ถึง ต้นรังบวบ ...................... ๑๓๘ ก้าว
๙. ........... ถึง ย่านไส้ไก่/ย่านหนง.......... ๓๐ ก้าว
๑๐.......... ถึง ปุดสิงห์ ...................... ๖๐ ก้าว
๑๑. ......... ถึง ฐานล่างเจดีย์(ขอนไม้ล้ม) ๕๐ ก้าว

โดย : ครูยะ IP : 202.149.24.161 [ 12/04/2008 , 12:14:26 ]

ความคิดเห็นที่ : 1

เสือรอยเบี้ยว....
“ขุด ๆ หัวมัน เสือยิกทัน หัวมันขาดท่อน” เสียงตะโกนของเด็ก ๆ ฝ่ายที่แสดงตัวเป็นคนขุดหัวมัน
กำลังก้มหน้าก้มตาแสดงบทบาทสมมติทำเป็นว่าขุดหัวมันพลางชายตาชำเลืองดูฝ่ายที่แสดงตนเป็นเสือที่กำลังสยบต
ัวนิ่งไม่ไหวติง อยู่ข้าง ๆ สุมทุมพุ่มไม้ ถ้าได้จังหวะเมื่อใด
ก็พร้อมที่จะกระโจนออกมาตะครุบตัวคนขุดหัวมันที่วิ่งหนีกลับแดนของตนเองไม่ทัน ....ก็หมายถึงว่า
คนผู้บุกรุกเข้าไปในแดนเสือ ก็ถูกเสือคาบเอาไปกิน....นี่คือเกมการละเล่นของเด็ก ๆ แถวน้ำขาวในอดีต
ที่ผู้เขียนจำได้และเคยจินตนาการเห็นภาพของเสือตัวใหญ่กำลังวิ่งไล่ตะครุบจับคนมากินเป็นอาหาร...ด้วยสภาพ
ภูมิประเทศ เป็นป่าเขาดิบชี้น หนาทึบของน้ำขาวและพื้นที่ใกล้เคียงในอดีต
ผู้เขียนเคยนั่งซ้อนท้ายจักรยานของพ่อสมัยเด็ก ๆ
ที่เดินทางจากบ้านน้ำขาวไปทำหน้าที่เป็นครูสอนหนังสืออยู่ที่โรงเรียนบ้านคูนายสังข์
พอเดินทางพ้นออกจากบ้านคูตีนไปเพียงเล็กน้อย เสียงลิง เสียงค่าง ดังระงม ยอดไม้ เกว่งไกว ไหวเอน
สองข้างทางแมกไม้ น้อยใหญ่กิ่งใบชูประสานเป็นร่มเงามองไม่เห็นแสงตะวัน ....นกนานาพันธุ์ส่งเสียงทักทาย
ส่งทอดต่อกันจากยอดเขาหนึ่งสู่อีกยอดเขาหนึ่ง เรไรป่าพร้อมใจกันตะเบ็งเสียงเซ็งแซ่ ดัง... แล้วก็หยุด!
ดัง... แล้วก็หยุด!...พร้อมกัน ด้วยสัญชาตญาณและความรู้สึกกริ่งเกรง ผู้เขียนเลยแอบกระซิบบอกพ่อดัง ๆ
ว่า “พ่อ! กลัวเสือ” นับตั้งแต่บัดนั้น พ่อไม่เคยพาผู้เขียนร่วมเดินทางไปอีกเลย...กลับถึงบ้าน แม่สอนว่า
เข้าป่าห้ามพูดถึงเสือ “ตอนที่พ่อมึงไปเป็นครูสอนที่คูนายสังข์ใหม่ ๆ ต้องให้ลุงลั่นไปคอยรับ คอยส่ง
ทุกวัน เพราะกลัวเสือ”
ผู้เขียนหูผึ่งเลยถือโอกาสรบเร้าแม่ให้เล่าเรื่องเสือให้ฟัง...ลุงลั่นที่แม่เอ่ยถึง คือพี่เขยของพ่อ
ผู้มีฝีมือฉมังนักในทางแม่นปืน ...แม่เล่าว่า สมัยที่ไปบุกเบิกทำสวนยางพาราอยุ่แถว ๆ วังยาว
พ่อต้องยกเสาขนำขึ้นให้สูง ตกกลางคืนขึ้นไปนอนบนขนำถ้าไม่จำเป็น
ต้องไม่ลงจากขนำเด็ดขาด...ท่ามกลางความเงียบสงัดในยามค่ำคืน ป่าทั้งป่าหลับใหล เสียงเสือร้ายร้องคำรน
ดังลั่นไปทั่วราวป่า ลิง ค่าง บ่างชะนี ตกใจตื่นผวาจากหลับฝัน ส่งเสียงร้องเตือนภัยต่อกัน
ระงม....แม่บอกว่า ได้ยินเสียงเสือจับมาร (เสือ หยอกล้อเล่นกันระหว่างเสือตัวผู้ กับเสือตัวเมีย)
บางครั้งอยู่ใกล้ บางครั้งอยู่ไกลแถว ๆ ควนธง ก็เคยได้ยิน....เอ่ยถึงควนธง
แม่นึกถึงเสือรอยเบี้ยวขึ้นมาได้....เสือรอยเบี้ยว คือเสือลำบาก
ที่อาจจะเคยติดบ่วงหรือบาดเจ็บเพราะถูกยิง หรือที่ใครบางคนเคยสันนิษฐานไว้ว่า
คือเสือที่หลุดออกมาจากกรงของนักเล่นกายกรรมละครสัตว์ จะด้วยสาเหตุอะไรก็แล้วแต่ ...ที่แน่ๆ คือ
ดุร้ายและชอบกินคน ครั้งหนึ่ง ยายเอียด ซึ่งมีอาชีพทำสวนทำไร่อยุ่แถว ๆ บ้านหัวควน นึกอยากแกงเลียง
ออกไปหาผัก ถูกเสือรอยเบี้ยวคาบ โดยพาข้ามคลองคู ไปกิน ...สามีรออยู่ที่ขนำ
สงสัยทำไมยายเอียดยังไม่กลับมา ไปบอกชาวบ้านให้ช่วยกันติดตาม ....ระหว่างเส้นทางพบอวัยวะทีละชิ้น ๆ แขน
ขา และศีรษะ ของยายเอียด ไปเรื่อย ๆ จนตามไปพบลำตัวที่ต้นไก่เขียว
ที่แนวตีนเขาควนธงปัจจุบัน....ผู้เขียน ฟังเรื่องราวของเสือรอยเบี้ยว จากคำบอกเล่าของแม่
ซ้ำแล้วซ้ำเล่าไม่รู้จักเบื่อ....

โดย : "คนปลักไข่เน่า" IP : 202.149.24.129 [ 12/04/2008 , 14:09:34 ]

ความคิดเห็นที่ : 2

ปัจจุบัน ผู้เขียนไปเป็นครูสอนอยู่ที่บ้านคูนายสังข์แทนพ่อ ...
วันหนึ่ง ได้นำลูกศิษย์ขึ้นไปนมัสการพระธาตุเจดีย์ควนธง และได้ ปีนขึ้นไปยืนพูดอธิบายเรื่องราวในอดีต
รวมทั้งเรื่องเสือรอยเบี้ยว บนก้อนหิน ใหญ่ก้อนหนึ่งบนเส้นทางที่มีฉากหลังเป็นควนกรอง
และทิวทัศน์ของแอ่งกระทะบ้านน้ำขาว ทิศเหนือมองเห็นหลังคาโรงธรรมวัดขวดสวยเด่น สง่างามยิ่งนัก ...
ลูกศิษย์ วัยอลวน
ยืนฟังผู้เขียนเล่าเรื่องราวของเสือรอยเบี้ยวอย่างสงบแทบจะหยุดลมหายใจของตนเอง...ไหนครูช่วยเล่าให้ผมฟัง
อีกทีซิครับเสือที่ว่ามัน เป็นเสือชนิดใด...ทำไมมันถึงดุร้ายเช่นนั้น ใครเป็นคนฆ่าเสือ
หรือเสือตายเพราะอะไร???
....ผู้เขียนจนแต้มต่อคำถามที่พรั่งพรูออกมาจากปากของลูกศิษย์....เลยแกล้งทำเป็นไฉน
พูดเรื่องพันธุ์ไม้สมุนไพรบนควนธงแทน แต่ในใจยังแอบนึกว่า
สักวันหนึ่งจะเสาะหาผู้รู้ผู้มีประสบการณ์เกี่ยวกับเรื่องเสือรอยเบี้ยว
มาเล่าประวัติและจะบันทึกเรื่องราวเอาไว้เป็นเกร็ดตำนาน เล่าขานสืบไป ให้จงได้....

โดย : "คนปลักไข่เน่า" IP : 202.149.24.129 [ 12/04/2008 , 14:12:22 ]

ความคิดเห็นที่ : 3

วันนี้ หลวงไข่ บอกกับผู้เขียนว่า “เจอแล้ว คนที่รู้เรื่องราวเกี่ยวกับเสือรอยเบี้ยวดี คือ ตาเพิ่ม
ศรีมณี แห่งบ้านออกวัด ปัจจุบันอายุ ๗๐ ปี (๑๓ มีนาคม ๒๕๕๑) ถ้าผู้เขียนอยากรู้รายละเอียด
ให้ไปสอบถามได้” ตาเพิ่ม ยังจำเรื่องราวของบุคคลที่ถูกเสือรอยเบี้ยวทำร้าย
และคาบเอาไปกินได้เป็นอย่างดี จากคำบอกเล่าของตาเพิ่ม หากผิดพลาดประการใด
อยากให้ผู้ที่อ่านพบเรื่องราวช่วยกันทักท้วงแก้ไขกันต่อไป....
- นางเอียด (น้องสาวของนายคล้าย ) ออกไปหาผักแกงเลียงที่บ้านหัวควน โดนเสือรอยเบี้ยวกัด
คาบผ่านคลองคูพาไปกินที่ต้นไก่เขียว ข้าง ๆ ชายเขาขึ้นควนธงปัจจุบัน...
- น้องของครูเนี่ยม แห่งบ้านช้างคลอด ต.ท่าหมอไทร กำลังถอนกล้า ถูกเสือรอยเบี้ยว คาบพาไปกินอีกคน
- นายเคี่ยม บ้านน้ำขาว ออกไปถางป่าทำไร่ ใกล้ ๆ ควนธง แถวควนแบน คลองหาร ทุ่งไก่ปิ้ง
เสือรอยเบี้ยวคาบพาไปกิน แยกชิ้นส่วนของร่างกาย ญาติต้องนำศพใส่กระสอบพากลับบ้าน
- นางลาบ บ้านทุ่งนาหวาน ถูกเสือรอยเบี้ยวขโมยวัว คาบพาไปกินที่บ้านทุ่งนาเคียน
บางครั้งพื้นที่หากินของเสือรอยเบี้ยวขยายไปไกลถึงบ้านปลักชะเมา อ.นาทวี....
- เสือรอยเบี้ยว เวลาคาบคน หรือสัตว์เอาไปกิน มันชอบกัดกินที่ท้องก่อน อวัยวะส่วนอื่น
มักจะทิ้งเอาไว้ให้ญาติหรือเจ้าของเอากลับไปเป็นหลักฐานเสมอ
- จุดจบของเสือรอยเบี้ยว ถูกหมอเนียม (พ่อตาครูนอง บ้านนาปรือ) ยิงตาย ที่บ้านนาปรือ ต.คูศักดิ์สิทธิ์
เพราะมันแอบกินวัวของชาวบ้าน จากคำบอกเล่าขณะที่มันถูกยิงตาย ด้วยความเป็นเสือ ไม่ทิ้งลายเสือ
มันยังยืนตาย จนคนยิงต้องใช้ไม้แทงให้ล้มถึงได้รู้ว่ามันตายสนิทแล้ว ทางราชการให้รางวัลเป็น ปืนลูกซอง
แก่หมอเนียม....

โดย : "คนปลักไข่เน่า" IP : 202.149.24.129 [ 12/04/2008 , 14:14:46 ]

ความคิดเห็นที่ : 4

เรื่องราวของเสือรอยเบี้ยว น่าสะพรึงกลัว หลายคนตั้งฉายาให้กับมันว่าเป็นเสือสมิง
ที่มีวิญญาณร้ายสิงสถิตย์อยู่ภายใน ผู้เขียนลองมาลำดับเรื่องราวจากคำบอกเล่า เห็นว่า
เสือรอยเบี้ยวน่าจะเกิดขึ้นในราว พ.ศ.๒๔๙๐ – ๒๕๐๐ ช่วงหลังสงครามโลก ครั้งที่ ๒
เพราะในช่วงนั้นบ้านเมืองกำลังสงบจากศึกสงคราม ราษฎรกล้าออกไปทำมาหากิน ทำไร่ ทำนา เลี้ยงวัว เลี้ยงควาย
จนถูกเสือรอยเบี้ยวทำร้ายเดือดร้อนกันไปตาม ๆ กัน...
แต่ไม่ว่าเรื่องราวของเสือรอยเบี้ยวจะเกิดขึ้นในยุคใด สมัยใด ผู้เขียนซึ่งถือเป็นคนรุ่นหลัง
ก็พอได้รับอิทธิพลด้าน ความเชื่อ ความคิดหลาย ๆ ด้านสอดแทรกมากับเรื่องราวของเสือรอยเบี้ยว
ทั้งเรื่องราวเกี่ยวกับ สิ่งแวดล้อมการอนุรักษ์ระวังไพร การละเล่นของเด็กรุ่นหลัง ที่เกี่ยวกับเรื่อง
“เสือกินวัว” “เสือกินคน” หรือแม้กระทั่งนิทาน ตำนานตลก ๆ เรื่องราวเกี่ยวข้องกับเสือกับตากับยาย....ฯลฯ
ซึ่งมีอยู่อีกมากมาย น่าที่จะช่วยกันเก็บรวบรวมเอาไว้เป็นหมวดหมู่...วันหนึ่งข้างหน้า
เกิดมีลูกหลานของใครสักคน คิดดี เขียนดี แต่งนิทาน การ์ตูนดี ๆ หยิบยกเอาเรื่องราวที่เป็นต้นตอ
ตำนานเล่าขานของบรรพบุรุษ มาร้อยเรียงเป็นบท
เป็นประวัติศาสตร์ท้องถิ่นของตนเอง...หรือแม้กระทั่งได้ถูกบรรจุเข้าไว้เป็นตำราเรียน
เป็นหนังสืออ่านนอกเวลาเรียนของนักเรียนในชุมชน ในท้องถิ่น สืบไป... อย่างน้อย ๆ ในวันเวลาอีก ห้าสิบปี
ร้อยปีข้างหน้า ลูกหลานจะได้ร่วมกันสร้างเมืองในจินตนาการตรงกัน...เรื่องราวของเสือรอยเบี้ยว
ก็เป็นเรื่องราวหนึ่งที่น่ากล่าวถึง พอ ๆ กับเรื่องราวของมนุษย์แมงมุม
หรือมังกรร้ายพ่นไฟเผาพลาญเมืองมนุษย์จนแหลกลาญ...สุดท้าย
คนคิดสร้างตัวละครในฝันต้องตามทวงหาลิขสิทธิ์กันจ้าละหวั่น วุ่นวายไม่รู้จักจบ....ต่างคน
ต่างบอกว่าเป็นของตนเอง....เสือรอยเบี้ยว ซึ่งเป็น สัตว์ร้ายในตัวละครแห่งตำนานของบ้านน้ำขาว
ที่ไม่น่าจะเป็นลิขสิทธิ์ของใครในทางกฎหมาย ....แต่มัน คือ ตำนานเล่าขาน
ที่อิงแอบเอาเกร็ดสาระน่ารู้ทางด้านประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ สังคมศาสตร์ ศิลปประเพณี
ศาสนาและวัฒนธรรมเอาไว้อย่างน่าทึ่งเลยทีเดียว....

“ปลักไข่เน่า”

โดย : "คนปลักไข่เน่า" IP : 202.149.24.161 [ 12/04/2008 , 14:16:50 ]

ดูนกกับครูยะ

ภาพประกอบ : ( ไม่เกิน 200 Kb)
จาก : *
E-mail :
เบอร์ติดต่อ : ICQ :
รายละเอียด :
Very Happy Smile Sad Surprised
Shocked Confused Cool Laughing
Mad Razz Embarassed Crying or Very sad
Evil or Very Mad Twisted Evil Rolling Eyes Wink
Exclamation Question Idea Arrow
*

  *
กรุณา Click Post Message เพียงครั้งเดียว


บอร์ดดูนกกับครูยะ เป็นลิขสิทธิ์ของ สำนักข่าวบ้ายอ.คอม